ชาวไทยทรงดำ มีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง นับตั้งแต่ชาวไทยทรงดำอพยพเข้า
มาอยู่ในเขตอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ไทยทรงดำไม่ได้ไม่ได้จัดระบบการศึกษาขึ้นในชุมชนของ
ตนเอง ไม่มีโรงเรียนสอนภาษาไทยทรงดำโดยตรง การสอนภาษาเป็นเพียงการถ่ายทอดในครอบครัวที่
กระทำกันเองเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสอนแต่เพียงภาษาพูดแก่ทารกที่เกิดใหม่จนสามารถพูดได้ แต่ก็
ไม่ได้เน้นทางด้านการอ่าน การเขียน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้สมัยต่อ ๆ มา จำนวนไทยทรงดำที่สามารถ
อ่านเขียนหนังสือไทยทรงดำได้มีจำนวนน้อยลงทุกที เนื่องจากการถ่ายทอดภายในครอบครัวไม่มี
ประสิทธิภาพที่ดีพอ เพราะไทยทรงดำส่วนมากจะดิ้นรน เพื่อการดำรงชีวิต ใช้เวลาในการประกอบ
อาชีพมากกว่าที่จะสอนหนังสืออย่างจริงจัง 

 

   
ปัจจุบันจึงมีชาวไทยทรงดำที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป บางคนเท่านั้นที่ยังพอสามารถ อ่าน เขียน
ภาษาไทยทรงดำได้ ประกอบกับตำราที่เป็นภาษาไทยทรงดำมีให้อ่านน้อยมาก ส่วนมากจะมีเป็น
ตำนานเก่า ๆ ตำรายาแผนโบราณ และบทขับกล่อมตอบโต้กันระหว่างหญิงกับชาย เมื่อมีงานประจำปี
หรือเทศกาลเดือนห้า หน้าสงกรานต์ ไทยทรงดำที่ได้รับการศึกษาสูง ๆ หลายคนพูดภาษาไทยทรงดำ
เกือบไม่ได้เลย แม้แต่ภายในกลุ่มชาวไทยทรงดำ บางชุมชนก็ไม่ค่อยพูดภาษาไทยทรงดำด้วยกันแล้ว
 บางกลุ่มก็พูดผสมกันระหว่างภาษาไทยทรงดำกับภาษาไทยกลางภาษาไทยทรงดำนี้มีสำเนียงคล้าย 
 กับภาษาลาวเวียงจันทร์ ไทยอีสาน ไทยเหนือ
   

ภาษาไทยทรงดำมีลักษณะไม่แตกต่างไปจากภาษาไทยกลาง กล่าวคือมีลักษณะเป็นคำโดด
พยางค์เดียว เช่น   คำว่าอ้าย  เอม  แลง  งาย  ช่วง  เสื้อ  เสื่อ   สาด   เป็นต้น  ถ้าจะมีคำหลาย

พยางค์ ก็เอาคำโดดมา ผสมกัน  เช่น ซ่วงฮี-กางเกงขายาว   ลุก-ลูกคนแรก 
กกแนน-บุญแต่ปางก่อน   ผ้าฮ้าย-ผ้าขี้ริ้ว   เฮื่อนฮ้าย- เรือนไม่ดี (ไม่เป็นมงคล)  และไม่มีเสียง
ควบกล้ำ  เช่น  คำว่า ปลา  ไทยทรงดำออกเสียงว่า ปา หรือโตปา,  พร้อม  ออกเสียงว่า  ป้อม ,
กลางคืน  ออกเสียงว่า กางกืน  เป็นต้นคำบางคำไม่อาจจะเขียนวรรณยุกต์ในภาษาไทย
กำกับการออกเสียงให้ตรงกับการออกเสียงใน ภาษาไทย ทรงดำได้ เช่น  คำว่า  “ เจือ “แปลว่า ชวน ประโยคว่า  “เจือกันมา”  แปลว่า ชวน กันมา    ประโยคว่า “ เจือเถาวัลย์ เจือกล้วย “ แปลว่า  เชื้อสาย  ประโยคว่า   “ เจื๊อผู้ท้าว”   แปลว่า  เชื่อ  ประโยคว่า  “เหลือเจือ “ แปลว่า เหลือเชื่อ  หรืออย่างคำว่า “ ปี”  วรรณยุกต์สามัญออกเสียงสำเนียงต่างกัน จะมีความหมายได้หลายความหมาย  ดังนี้  หมายถึง 
ปี (เวลา 12 เดือน) แปลว่า  พี่  แปลว่า อ้วน (เน้นเสียงหนัก) แปลว่า ปลีกล้วย (เสียงต่ำลง) 
หรือ อย่างบางคำ เช่น คำว่า ลูกสะใภ้ ไม่อาจจะเขียนคำออกเสียงในภาษาไทย ให้ตรงได้  จะเขียนได้อย่างใกล้เคียงก็เพียง   ลุเป้า   เท่านั้น